สังคมแห่งการแบ่งปันเพื่อชาว มสธ.ระยอง


    ปริศนานักรบชุดดำมีกี่ชุด?มาจากไหน?

    Share
    avatar
    nustatalo
    อนุบาล3
    อนุบาล3

    จำนวนข้อความ : 84
    Join date : 19/11/2009
    : 37
    ที่อยู่ : นิคมพัฒนา

    ปริศนานักรบชุดดำมีกี่ชุด?มาจากไหน?

    ตั้งหัวข้อ  nustatalo on Tue Apr 20, 2010 10:28 pm

    ปริศนานักรบชุดดำมีกี่ชุด?มาจากไหน?
    http://www.thairath.co.th/column/pol/page1scoop/77172

    นักรบชุดดำท่ามกลางวงปะทะทหาร ม็อบแดงยังเป็นปริศนาสำคัญที่รัฐบาลต้องคลี่คลาย โดยเฉพาะชายรูปร่างสูงใหญ่ในชุดดำสนิท สวมหมวกไหมพรมคลุมหน้า ในมือถือปืนเอ็ม 79 แล้วยิงวิถีโค้งเข้าไปยังกลุ่มนายทหารระดับผู้นำ ที่กำลังวางแผนสลายม็อบได้อย่างแม่นยำนั้น

    เขาเป็นใคร เป็นฝ่ายไหนกันแน่?

    ประหยัด (นามสมมติ) อายุ 55 ปี จบด้านกฎหมาย เป็นทนายความประจำบริษัทชื่อดังแห่งหนึ่งย่านสะพานเหล็ก ออกตัวว่าเป็นคนที่ชื่นชอบอดีตนายกฯทักษิณ ร่วมชุมนุมกับ นปช.มาตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม

    ประหยัด บอกว่า ประเด็นปืนเอ็ม 79 มีการนำไปใช้ก่อเหตุทั่วกรุงเทพฯมานานแล้ว ทำเนียบรัฐบาลก็โดน กองทัพบกก็โดน ธนาคารก็โดน บ้านคนดังๆก็โดนกันทั่ว รวมๆแล้วน่าจะมากกว่า 20 ครั้ง





    ผ่านมาจนถึงวันนี้ รัฐบาลยังจับใครไม่ได้เลย แถมยังไม่มีข่าวออกมาให้สังคมรู้เลยว่า กลุ่มไหนทำ ใครกันเป็นคนยิง ทำให้คนไม่น้อยโน้มเอียงคิดกันไปว่า ถ้าเกิดเหตุก็ต้องโทษเสื้อแดงไว้ก่อน

    ความเป็นจริง ฝ่ายรัฐบาลที่อยู่มุมสว่าง ใครจะรู้ว่า อาจมีศัตรูรอบตัว

    คำว่า ศัตรูรอบตัว ประหยัดบอกว่า มีผลให้การสืบหาผู้กระทำผิดยากยิ่งกว่าการงมเข็มในมหาสมุทร เพราะมองไปด้านไหน ประเด็นไหนก็เป็นไปได้ทั้งนั้น

    ทนายประหยัดชี้ว่า กรณีชายชุดดำที่แต่งตัวเหมือนนักฆ่ามือปืน เอ็ม 79 นั้น ถ้าเป็นของคนเสื้อแดงจริง จะไปรู้ได้อย่างไรว่า มีนายทหารระดับใหญ่มาซุ่มวางแผนสลายม็อบอยู่ตรงไหน

    ที่แน่ๆในสถานการณ์เร่งด่วนขนาดนั้น คงยากที่จะรู้จักหน้าค่าตามาก่อน ว่าใครเป็นใคร?

    ถ้าคิดจะฆ่าทหารจริงๆมันเรื่องง่ายมาก ก็แค่ยิงใส่ทหารที่ดาหน้าเข้ามาเท่านั้นก็จบ หรือไปแอบซุ่มยิงตรงไหนก็ได้ที่กองทัพส่งทหารไปประจำจุดต่างๆทั่วกรุงฯ ไม่จำเป็นต้องเสี่ยงเข้ามายิงในกลุ่มม็อบที่อันตราย แถมต้องยิงในแนววิถีโค้งที่อาจผิดพลาดได้

    ชัดเจนว่า นักรบปริศนาชุดดำหรือที่รัฐบาลเรียกว่ากลุ่มผู้ก่อการร้าย มีความมุ่งหมายสังหารนายทหารกลุ่มนี้ โดยใช้ฉากปะทะของกลุ่มคนเสื้อแดงบังหน้า

    เพียงแต่ว่า เหตุผลและตัวแปรสำคัญที่ทำให้เขาทำเช่นนั้น มีความเป็นมาอย่างไร และเขาเป็นฝ่ายไหน ยังไม่มีใครรู้เท่านั้น

    พ.ต.ท.สุชาติ (นามสมมติ) วัย 55 ปี ลาออกจากอาชีพตำรวจมากว่า 10 ปี ปัจจุบันทำธุรกิจด้านบ้านจัดสรรอยู่จังหวัดเชียงใหม่ ให้ทรรศนะเสริมว่า ครั้งนี้มือยิงเอ็ม 79 ทำได้แม่นยำระดับพระกาฬ

    ในมุมมองส่วนตัว ขอย้ำว่าส่วนตัวเท่านั้นอาจจะไม่ใช่ความเป็นจริง ก็ได้ ประเด็นแรก ต้องคิดว่าคนธรรมดาไม่มีปืนสงครามชนิดนี้ไว้ครอบครอง ประเด็นที่สองคนธรรมดาถึงจะฝึกยิง พอยิงปืนชนิดนี้ได้จริง แต่ปัญหามีว่า ความแม่นยำ ความเก่ง ความคล่องตัว คงทำไม่ได้ง่ายๆ

    ดังนั้น คนยิงต้องเป็นฝ่ายที่เชี่ยวชาญ จะเป็นสีไหนคิดกันเอง

    ประเด็นที่สาม การยิงครั้งนี้ ไม่ได้ทำเพียงลำพังคนเดียวแน่ อย่างน้อยต้องมีสายลับ ติดตาม ทำหน้าที่เป็นคนชี้เป้า เพราะจุดที่กระสุนตก เป็นพื้นที่ต้องห้าม และเป็นความลับ

    ประเด็นสุดท้าย ข่าวว่าพอยิงเสร็จแล้ว รถที่ใช้ในการหลบหนีก็ยังเป็นรถราคาแพง มีคนนั่งอยู่ในรถหลายคน ขับออกไปช้าๆ เหมือน ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ชัดเจนว่า เป็นมืออาชีพ วางแผนมาเป็นอย่างดี

    จับกระแสร้อนในสังคมออนไลน์ ภาพ คลิปคนเสื้อแดงถูกกระสุนปริศนายิงเสียชีวิต ภาพนักรบชุดดำถืออาวุธสงครามปะปนอยู่กับกลุ่มผู้ชุมนุม ถูกหยิบยกมาพูดถึงกันมากที่สุด

    ห้องราชดำเนิน เว็บไซต์พันธุ์ทิพย์ คอการเมืองพันธุ์แท้ มีความพยายามค้นหาแนวกระสุนปริศนาที่ยิงเข้าที่ศีรษะคนถือธง ว่ากันว่าเป็นภาพหลักฐานแสดงการยิงด้วยกระสุนวิถีโค้ง ยิงแล้วม้วน 180 องศา

    ภาพอธิบายต่อไปเป็นขั้นเป็นตอน แสดงทิศทางการยืนของกลุ่มคนเสื้อแดงที่หันหน้าไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งหมายถึงว่าน่าจะเป็นกลุ่มทหาร

    ขณะที่ผู้เสียชีวิตที่ถูกยิงหันหน้าไปทางด้านขวา แล้วก็มีอีกภาพขณะที่ถูกยิงแล้ว พร้อมกับบรรยายเอาไว้ถึงลักษณะแผล ที่เหมือนกับโดนยิงเข้าที่หน้าผาก

    ภาพต่อเนื่องถัดมา เป็นภาพมุมกว้าง ที่แสดงให้เห็นว่า ผู้ที่ถูกยิง ล้มตัวมาทางด้านซ้าย ซึ่งในคำบรรยาย คาดว่าน่าจะล้มมาด้านหลังตามแรงปืน

    ภาพนี้ทำให้มีแนวคิดเห็นแตกออกเป็นหลายมุมมอง บ้างก็ว่า น่าจะเป็นฝีมือฝ่ายมือที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ เพราะซุ่มกันอยู่เยอะ

    บ้างก็ว่า กระสุนถูกยิงตัดจากซ้ายไปขวา ประหนึ่งว่ามีการยิงกันเอง สังเกตจากรูปชัดๆ การล้มตัวล้มหักเอียงไปทางขวา ดูจากรูปกะโหลกเปิดจากซ้ายไปขวา ไม่ใช่จากหน้ามาหลัง

    เสียงหนึ่งบอกว่าให้พิจารณาจากคลิปวีดิโอ สังเกตตอนวินาทีที่ 15 ที่เกิดเสียงปืนดัง ไม่มีเศษกะโหลกและมันสมองส่วนบนกระจายให้เห็นไปทางซ้ายมือแม้แต่น้อย

    ตามหลักพลศาสตร์ ปลายลูกกระสุน M16 มีปลายแหลม มีความเร็ว u/v=1/sin 45 องศา=1.4 หรือมีความเร็วมากกว่าเสียง 1.4 เท่า บวกกับแรงเฉื่อยของน้ำหนักตัวผู้เสียชีวิตซึ่งประมาณคร่าวๆ ไม่น่าจะต่ำกว่า 65 Kg. แทบไม่เกิดแรงกระแทกให้กระเด็นไปทางขวาแม้แต่น้อย

    อธิบายได้ว่า การล้มลงทางด้านซ้ายเป็นการล้มทั้งยืนที่เอียงไปตามโครงสร้างของร่างกาย และมันสมองส่วนล่างที่กระเด็นไปทางซ้าย เป็นลักษณะเหมือนขันน้ำที่ถูกเทไปตามแนวของการล้ม

    เมื่อต้องการคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ชัดๆ มีคนโพสต์ภาพเหตุการณ์ นี้ในห้องหว้ากอ เพื่อหาผู้มีความรู้มาอธิบายไขความกระจ่าง ก่อนที่จะหลงประเด็น ก็มีผู้ให้ทรรศนะย้อนว่า เขาล้มลงหงายหลัง เกิดจากแรงปะทะจากลูกปืนหรือเปล่า? หรือว่าเป็นเพราะท่ายืนของเขา?

    อีกอย่างตอนที่เขาโดนยิงใหม่ๆ ผู้ชุมนุมคนอื่นๆ มองไปทางซ้ายกันเกือบหมด ตามธรรมชาติคนเราควรจะมองตามเสียงปืนสิครับ ถ้ามีคนยิงปืนอยู่ข้างหลังคนอื่นๆ ต้องรีบหันกลับมามองแล้ว แต่นี่ต้องรอให้มีคนบอกว่า มีคนถูกยิงแล้วถึงหันมาดูกัน คนในภาพคนแรกที่หันมาดู คนที่มีธงล้มผ่านหน้า

    ลองตั้งสมมติฐานดูถ้าเป็นสไนเปอร์ ซุ่มยิงระยะไกล ถ้ายิงชายถือธง ก็คงเพราะค่อนข้างไม่เคลื่อนไหวออกจากตำแหน่งเดิมมาก และสามารถวัดระยะความแม่นยำได้ง่าย โดยอาศัยความเร็ว ทิศทางของลมในบริเวณนั้น ดูจากการปลิวพลิ้วไหวของธง

    ปืนสไนเปอร์ แม้จะติดกล้องเล็ง แต่การจะยิงได้ในแต่ละครั้ง ต้องอาศัยการคำนวณระยะบวกแรงลมเป้าหมายที่ชัดเจนก่อนทำการยิง

    ฟังแล้วก็มีเหตุผล แต่กระนั้นก็ยังมีเสียงค้านว่า ยังไม่เห็นปืนสไนเปอร์เลยสักกระบอก แล้วก็มีอีกผู้รู้ชี้ว่า กระสุนที่คร่าชีวิตชายคนนี้ น่าจะเป็นกระสุนที่ยิงขึ้นฟ้ามาจากแนวของฝั่งทหารแล้วตกลงมาในองศาประมาณ 0-35 แต่ไม่ถึง 45 องศามากกว่า

    คล้ายๆเหมือนโดนกระสุนเฉี่ยวเอากะโหลกสมองออกไป

    อีกอย่างว่ากันว่า อาวุธที่เห็น ไม่ใช่แค่ปืน M16 ยังมี Tavor Tar-21 ประจำการอยู่ด้วย และใช้กระสุน 5.56 NATO เช่นกัน ซึ่งความแรงอาจจะแรงกว่า M16 และมีการเจาะทะลวงสูงกว่า M16 ก็เป็นได้

    และ Tar-21 ก็เป็นปืนรุ่นใหม่กว่า M16a1 ของทหารถึง 30-40 ปี

    ข้อสงสัยเหล่านี้จะเป็นจริงมากน้อย ต้องเป็นหน้าที่ของรัฐบาล และกองทัพ ที่ต้องหาความกระจ่างชัดให้ได้ว่า มีผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธปืน แฝงตัวอยู่กับเหตุปะทะคืนวันที่ 10 เมษายน กี่ฝ่าย กี่กลุ่มกันแน่.

      เวลาขณะนี้ Mon Dec 11, 2017 6:31 pm