สังคมแห่งการแบ่งปันเพื่อชาว มสธ.ระยอง


    อันตรายถึงตาย! ฝาครอบแก้วชาไข่มุก ขอให้อ่าน‏

    Share

    ????????
    ผู้มาเยือน

    อันตรายถึงตาย! ฝาครอบแก้วชาไข่มุก ขอให้อ่าน‏

    ตั้งหัวข้อ  ???????? on Fri Sep 11, 2009 8:27 pm

    อันตราย ! ฝาครอบแก้วชาไข่มุก ... หยุดลมหายใจ

    > ปุ๊ ! เสียงหลอดกาแฟอันโตกระแทกเจาะฝาครอบแก้วชาไข่มุก
    > เศษฝาพลาสติกแผ่นกลมขนาดเท่าปลายหลอดตกลงสู่ก้นแก้ว
    > ฉันดูดเครื่องดื่มสุดโปรดอย่างหิวกระหายและ
    > กระดกแก้วกินน้ำแข็งจนเกลี้ยงตามความเคยชิน
    > เมื่อจะทิ้งแก้วลงถังขยะ
    > ฉันแปลกใจเล็กน้อยที่ไม่เห็นเศษฝาพลาสติกอยู่ในแก้วเหมือนทุกคราว
    > แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก
    > สักพัก รู้สึกเหมือนมีบางสิ่งลักษณะเป็นแผ่นบาง ๆ ติดอยู่ในคอ
    > แม้จะพยายามล้วงและดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อให้อาเจียน
    > แต่สิ่งนั้นก็ไม่ยอมหลุดออกมา
    > ฉันรู้สึกได้ถึงลมหายใจที่เริ่มติดขัด
    > อาจารย์และเพื่อน ๆ จึงรีบพาส่งโรงพยาบาล
    > เมื่อไปถึงโรงพยาบาล
    > หลังจากรอหมออยู่เกือบสองชั่วโมง หมอก็ให้ลองกลืนน้ำดู
    > ปรากฎว่ามีสิ่งแปลกปลอมติดอยู่จริง
    > ตามด้วยการเอกซเรย์ ซึ่งสูญเปล่า เพราะไม่เห็นสิ่งแปลกปลอมนั้นเลย
    > จึงตัดสินใจให้วางยาสลบเพื่อส่องกล้องตรวจหาต้นเหตุ
    > ระหว่างนั้นฉันยังรู้สึกตัวดีอยู่ทุกอย่าง
    > จนกระทั่งหลังวางยาสลบ
    > ท่อส่องทางเดินอาหารขนาดใหญ่ประมาณท่อประปาขนาดเล็ก
    > สอดจากปากผ่านลงไปตามทางเดินอาหาร
    > แต่ไม่รู้ด้วยโชคร้ายของฉัน
    > หรือด้วยความประมาทเลินเล่อของใคร
    > แทนที่เจ้าท่อนี้จะเป็นอุปกรณ์ในการตรวจเพื่อช่วยชีวิตฉัน
    > หลังการตรวจ
    > มันกลับทำให้ฉันรู้สึกปวดแน่นหน้าอกและหลังอย่างสุดจะบรรยาย
    > เมื่อฟื้นจากยาสลบ แม่บอกว่าฉันปากซีด ตัวเขียว และไข้ขึ้น
    > ผิดกับเมื่อตอนก่อนส่องกล้องราวกับคนละคน
    > จนแม่ใจหาย รีบตามหมอกลางดึก


    การกลืนแป้งเพื่อเอกซเรย์เริ่มขึ้น
    > ผลปรากฎว่า หลอดอาหารทะลุ ต้องผ่าตัดด่วน
    > แต่แม่ไม่มีเงิน อย่าว่าแต่ค่าผ่าตัดที่สูงลิบลิ่วของโรงพยาบาลเอกชนเลย
    > แม้แต่ค่าตรวจทั้งหลายก่อนหน้านี้
    > ที่เกินวงเงินการประกันอุบัติเหตุของนักศึกษา เพียงไม่กี่พันบาท
    > แม่ก็ไม่มี ทางโรงพยาบาลจึงขอยึดบัตรประชาชนของแม่ไว้
    > เพื่อเป็นหลักประกันให้แม่หาเงินส่วนเกินมาชำระในภายหลัง
    > หมอที่ส่องกล้องแนะนำให้ย้ายฉันไปโรงพยาบาลรัฐบาลที่เขาประจำอยู่
    > แต่แม้จะเป็นโรงพยาบาลรัฐบาลก็ต้องคุยกันเรื่องค่าใช้จ่ายเช่นกัน
    > แม่จึงวิ่งวุ่นติดต่อเรื่องใช้สวัสดิการบัตรประกันสุขภาพ 30 บาท
    > กว่าจะเสร็จเรียบร้อยก็เกือบเที่ยง
    > นั่นแหละฉันจึงได้รับการผ่าตัด


    > การผ่าตัดใช้เวลาเกือบ 4 ชั่วโมง
    > เพราะรอยทะลุที่หลอดอาหารอยู่ใกล้ปอด
    > น้ำย่อยจะไหลเข้าไปในปอดซึ่งอันตรายมาก
    > หมอต้องผ่าตัดเปิดซี่โครงจากราวนมด้านซ้ายไปจนถึงสันหลังอีกข้าง
    > แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังไม่สามารถซ่อมแผลได้หมด
    > เพราะแผลในทางเดินอาหารเป็นทางยาว
    > จากต้นคอถึงกระเพาะ ยาวถึง 30 เซนติเมตร



    > สามวันหลังผ่าตัด ฉันลืมตาขึ้นมาพร้อมสายระโยงระยางเต็มตัว
    > สายจากจมูกทั้งสองข้างเพื่อเอาน้ำย่อยในกระเพาะออกมา
    > สายที่ไว้ดูด น้ำมูก น้ำลาย สายที่ต่อจากบริเวณซี่โครงที่ผ่าตัดเพื่อเอาเลือดจากแผลออกมา
    > สายให้เลือด สายน้ำเกลือ


    > สิบเอ็ดวันที่อยู่โรงพยาบาลเต็มไปด้วยความเจ็บปวด
    > กินอาหารไม่ได้อยู่เป็นอาทิตย์
    > ยิ่งเวลานอนจะรู้สึกทรมาน
    > เพราะเจ็บที่บริเวณแผลผ่าตัดเป็นที่สุด
    > หมอที่ส่องกล้อง ซึ่งช่วยหาหมอผ่าตัดให้
    > มาสารภาพในภายหลัง ว่า...
    > แผลในทางเดินอาหารที่ยาวเหยียด
    > เกิดจากการส่องกล้องไปดันเอาเศษแผ่นพลาสติก
    > ซึ่งติดอยู่ที่ระหว่างหลอดลมและหลอดอาหารให้ครูดบาดไปตลอดทางเดินอาหาร


    แต่อย่างไรเขาก็ติดต่อหาหมอผ่าตัดที่เชี่ยวชาญให้
    > เ และเป็นความผิดพลาดที่เขาเองก็ไม่ได้ตั้งใจ
    > เพราะมองไม่เห็นแผ่นพลาสติกแก้วที่ติดอยู่ที่หลอดลม/ หลอดอาหาร

    > กรุณาช่วยส่งต่อเพื่อนๆ พี่ๆ
    > เพื่อเตือนภัยคนที่เรารักและเป็นห่วงนะคะ
    กินชาไข่มุก แก้วต่อไป ระวังนะคะ
    > แผ่นพลาสติกที่เจาะทะลุจากตัวแก้ว...
    > อันตรายถึงชีวิตได้
    > บอกลูกหลานด้วย
    > โดยเฉพาะเด็ก ๆ ที่ชอบซื้อเครื่องดื่มทานเองค่ะ
    > ฝาครอบแก้วที่ต้องเจาะรู... ผู้ปกครองควรช่วยดูแล

      เวลาขณะนี้ Mon Nov 20, 2017 12:42 pm